ข่าวสารและบทความน่ารู้ วิธีเลือกซื้อรถสามล้อไฟฟ้า


โพสต์วันที่ 16 ก.ย. 62 เวลา 12:52 น. โดย Admin


วิธีเลือกซื้อรถสามล้อไฟฟ้า

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยซื้อรถสามล้อไฟฟ้า หรือ กำลังหาข้อมูลอยู่ ผมรวบรวม 9 ข้อ ที่สำคัญและระบบในตัวรถ ที่เราควรต้องทราบก่อน! เพื่อตัดสินใจซื้อรถสามล้อไฟฟ้า สามารถเลือกตามปัจจัยต่างๆ ดังนี้

1. มอเตอร์

โดยหลักๆ แล้ว มอเตอร์ไฟฟ้าในรถสามล้อไฟฟ้า จะมีอยู่ ด้วยกัน 2 ชนิด ควรสอบถามร้านค้าให้ได้ข้อมูลชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ

ชนิดแรก คือ Brush Motor เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้แปรงถ่านในการส่งพลังงาน มีการเสียดสีภายในตลอดเวลา จึงทำให้อายุการใช้งานสั้นกว่า Brushless ครับ

ชนิดที่สอง คือ Brushless Motor เป็นมอเตอร์เทคโนโลยีใหม่ ที่ไม่มีแปรงถ่าน จะประหยัดพลังงานและอายุการใช้งานยาวนานกว่า แต่ราคาก็สูงตามคุณภาพเช่นกัน ซึ่งรถสามล้อไฟฟ้า รุ่นใหม่ๆ จะใช้ Brushless Motor กันแทบทั้งหมด

หลักจากทราบประเภทของมอเตอร์แล้ว "กำลังของมอเตอร์นั้นก็สำคัญเช่นกัน" กำลังไฟของมอเตอร์ มีผลต่อ ความเร็วสูงสุดในการขับขี่ รวมถึงการขึ้นทางลาดชันด้วยครับ มีหน่วยเป็น วัตต์ (Watt) นั่นเอง ทั้งนี้ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับผู้ใช้งานและลักษณะพื้นที่การขับขี่ด้วยครับ

หากผู้ใช้งาน เป็นผู้สูงอายุหรือวัยทำงาน คุณแม่บ้าน ต้องการขับขี่ทั่วไป บริเวณภายในหมู่บ้าน ตลาด และระยะทางใกล้ๆ จะเหมาะกับ รถไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ขนาด 350-500w ครับ เพราะความเร็วต่ำ ไม่เกิน 25 กม./ชม. ปลอดภัยในการขับขี่ และจะมีแรงบิดที่ไม่สูงมากนัก ทำให้รถกระชากน้อยลงครับ

หากผู้ใช้งาน เป็นวัยรุ่น วัยทำงาน ที่ต้องการใช้รถไฟฟ้าสัญจรไป-มา บนถนนหลวง ตามปกติในชีวิตประจำวัน แนะนำมอเตอร์ 800-1,200 w ครับ จะมีความเร็วสูง และอัตราการเร่งดีอย่างยิ่ง แต่กำลังวัตต์ยิ่งเยอะก็ยิ่งแพง และมีเสียงดังยิ่งขึ้น ครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำงานของมอเตอร์นั้น ต้องขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ด้วย


2. แบตเตอรี่

ภาพจาก www.waldies.com

แบตเตอรี่ถือว่าเป็นหัวใจของรถไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ครับ ในยุคผู้คนเริ่มใส่ใจสิ่งแวดล้อม แบตเตอรี่ ถูกพัฒนาและวิจัยขึ้นมาใหม่มากทีเดียวครับ ทั้ง NiMH, Ni-Cd แต่ในปัจจุบัน รถสามล้อไฟฟ้าในตลาดตอนนี้ จะมีแบตเตอรี่อยู่ 2 ประเภท ครับ

ประเภทแรก คือ Lead Acid แบตเตอรี่ประเภทนี้ จะมีน้ำหนักมาก ซึ่งมาจากแผ่นธาตุ ที่ทำจากตะกั่วถึง 70% และน้ำกรด 30% ข้อดีคือ ทนสภาพในอุณหภูมิสูงได้ดีกว่า คายประจุไฟน้อยกว่า ราคาถูก หาได้ง่ายตามท้องตลาด

ข้อเสียคือ เก็บพลังงานได้น้อย และรับ-จ่ายพลังงานได้ช้า น้ำหนักเยอะ ใช้ระยะเวลาการชาร์จนานครับ

ประเภทที่สอง ลิเธียม ไอออน เบากว่าแบตเตอรี่แบบอื่นถึง 5 เท่า แรงจ่ายไฟมากกว่า อายุการใช้งานนานกว่าครับ

ข้อเสียของ ลิเธียม ไอออน คือไม่ชอบความร้อนครับ หากเกิดความร้อนบ่อยๆ ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไวขึ้นครับ และที่สำคัญคือ ราคาแพงกว่า Lead-Acid ครับ


3. ขนาดตัวรถ

ขนาดของตัวรถ เป็นอีกข้อควรคำนึงถึงครับ พื้นที่การใช้งานของแต่ละบุคคลต่างกัน บางท่านมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด จึงเหมาะกับรถที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด วงเลี้ยวแคบ

บางท่านมีพื้นที่กว้าง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดตัวรถมากนัก สามารถเลือกรถสามล้อไฟฟ้า ที่มีขนาดตัวรถยาวได้ครับ ยิ่งตัวรถยาวและกว้างขึ้น วงเลี้ยงก็จะกว้างตามไปด้วยครับ

4. วัสดุโครงสร้าง


"หน้าตาเหมือนกัน แต่คุณภาพต่างกัน"

ต้องทราบก่อนว่า เกือบ 100% ของรถสามล้อไฟฟ้าที่มีจำหน่ายในประเทศไทยนั้น นำเข้าจากประเทศจีนทั้งหมดครับ ในตอนนี้ยังไม่มีเจ้าไหน สามารถผลิตเองได้หมดทั้งคันครับ

ซึ่งจากประสบการณ์กว่า 10 ปี โรงงานผลิตที่ประเทศจีน นั้นมีหลายพันโรงงานเลยครับ กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพก็จะแตกต่างกันไปด้วยครับ หลายๆ ที่ พยายามลดต้นทุน เพื่อให้สามารถแข่งขันเรื่องราคาได้ ซึ่งเกรดของวัสดุโครงสร้างก็จะลดตามลงไปด้วยครับ

แต่ไม่ใช่ว่า ของราคาถูก คุณภาพจะไม่ดีนะครับ เพราะโรงงานผลิตขนาดใหญ่ ที่มียอดขายส่งออกทั่วโลกเป็นจำนวนมาก เมื่อผลิตเป็นจำนวนมากก็จะลดต้นทุนลงมา และจำหน่ายในราคาถูก แต่ทางผู้นำเข้า-จัดจำหน่าย ก็ต้องมียอดสั่งซื้อเป็นจำนวนมากเช่นกันครับ ตามหลัก Economy of Scale

5. ระบบความปลอดภัย


ระบบความปลอดภัย ผมขอแยกออกเป็น 2 แบบนะครับ

1. ระบบความปลอดภัยภายใน

ในส่วนนี้ ผมจะกล่าวถึง ระบบความปลอดภัยที่โรงงานผลิตใส่เข้ามาในระบบไฟฟ้าของรถโมเดลนั้นๆ นะครับ เช่น ระบบการตัดไฟอัตโนมัติของ Adapter , ระบบและชนิดของเบรก, ระบบป้องกันการบิดคันเร่งที่เร็วเกินไป ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา สำคัญครับ แนะนำให้ลองศึกษาสเปกและสอบถามผู้จำหน่ายก่อนครับ

2. ระบบความปลอดภัยภายนอก

ระบบนี้ จะเน้นฟังก์ชั่นนอกตัวรถครับ เช่น สัญญาณกันขโมย, ระบบล็อคคอรถ, ระบบล็อคมอเตอร์, เสียงสัญญานเตือนต่างๆ หรือ ล้อหลังกันรถหงายในกรณีวิ่งบนทางลาด เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรมองข้ามครับ

6. สมรรถนะและความต้องการของผู้ใช้งาน


การใช้งานของแต่ละท่านนั้น มีความต้องการและข้อจำกัดแตกต่างกันออกไป และรถรุ่นแต่ละรุ่นก็มีฟังก์ชั่นและจุดเด่น แตกต่างกันเช่นกันครับ

ในบางรุ่น จะเพิ่มระบบเบรกเท้า ซึ่งช่วยเอื้ออำนวยให้กับผู้ใช้งานที่เป็นผู้สูงอายุ , การรับน้ำหนักบรรทุกก็สำคัญ หากบรรทุกเกินกำหนด เป็นระยะเวลานานๆ ก็จะส่งผลเสียต่อโครงสร้างตัวรถและระบบส่งกำลังได้

สำหรับข้อนี้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละท่านครับ เราไม่ได้เลือกรถที่ราคาถูก แต่ควรเลือกรถที่เหมาะกับการใช้งานของเราในราคาที่คุ้มค่าครับ

7. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายหลัง


ข้อนี้ ผมจะพูดถึง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับตัวรถเท่านั้นนะครับ ไม่รวมค่าใช้จ่ายการซ่อมและบริการ

ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่จริงๆ จะมีแค่ แบตเตอรี่ ครับ ที่ต้องเปลี่ยน ทุก 2-3 ปี ส่วนใหญ่แล้ว รถสามล้อไฟฟ้าจะใช้แบตเตอรี่ 4-5 ลูกครับ ตีเป็นตัวเลขกลมๆ คือ 6,000 บาท ครับ

ส่วนค่าไฟในการชาร์จ คร่าวๆ จะอยู่ที่ 8 บาท ต่อ การชาร์จ ชาร์จครั้งนึง วิ่งได้ 40-50 กม. ครับ (จากแบตเตอรี่ไฟหมดเกลี้ยง ชาร์จขึ้นไป 100% นะครับ)

- สมมุติว่าใช้เยอะ 2 วัน ชาร์จไฟที ค่าไฟปีนึง ก็อยู่ที่ 1,464 บาทครับ

- แบตเตอรี่ อายุการใช้งาน ตีไปต่ำๆ ก่อน ก็ 2 ปีเปลี่ยนที ชุดละ 6,000 บาท

บวกลบคูณหารออกมาแล้ว ก็จะตกประมาณ 4,000 บาท ต่อปี ครับ

8. การรับประกัน


การรับประกัน เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง “ระยะเวลาการรับประกัน” เป็นอย่างแรกที่ทุกคนควรจะมองครับ ผมแนะนำ หากยิ่งนาน ยิ่งสบายใจครับ แต่อย่าพลาดมองแค่ระยะเวลาการรับประกันเท่านั้นนะครับ ผมแนะนำให้สอบถามการรับประกันให้ละเอียดครับ เช่น

- หากเสียแล้วต้องทำอย่างไร?

- ระยะเวลาการเข้าซ่อม ต้องรอกี่วัน

- ชิ้นส่วนไหนบ้างที่รับประกัน?

- เงื่อนไขในการรับประกันและเงื่อนไขที่ไม่ได้รับประกัน?

- แจ้งซ่อมที่ไหน อย่างไร?

- มีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง?

ทั้งหมดนี้ คือคำถามที่ควรสอบถามกับหน้าร้านครับ ยิ่งร้านไหน มีหลักฐานหรือใบประกันที่เป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นร้านที่น่าตัดสินใจซื้อครับ

9.บริการหลังการขาย


สอบถามขอบเขตการบริการให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจ อันดับแรก เราต้องแยกแยะก่อนว่า บริการหลังการขายนั้น มี 2 ช่วงด้วยกันครับ

ช่วงแรก คือ บริการหลังการขายที่อยู่ในระยะเวลาการรับประกัน และ ช่วงที่สองคือ ช่วงระยะเวลาหลังจากสิ้นสุดการรับประกันแล้วครับ

ซึ่งทั้งสองช่วงนี้ ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ ตอบถามให้ชัดเจนก่อนนะครับ

และจะไม่พูดถึงไม่ได้เลย นั่นก็คือ ความพร้อมของร้านค้าในการซัพพอร์ตอะไหล่ เพราะ อย่าลืม! ว่า รถสามล้อไฟฟ้า เป็นตลาดเล็ก อะไหล่ค่อนข้างเฉพาะทางเลยครับ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เจอนะครับ ลูกค้านำรถมาซ่อม สินค้าภายนอกหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ แต่ระบบภายในต่างกันสิ้นเชิง อะไหล่บางตัวก็ไม่เหมือนกัน แม้ว่าเป็นรถสามล้อไฟฟ้า ตรงนี้ต้องศึกษาร้านค้า + ดวง เราด้วยครับ

เมื่อทราบวิธีการเลือกรถสามล้อไฟฟ้าจากบทความนี้แล้ว หวังว่า ท่านจะสามารถคัดกรอง รุ่นรถที่ถูกใจและตรงต่อการใช้งานรวมถึง ผู้จัดจำหน่ายที่มีคุณภาพและสามารถดูแลเราได้ไปตลอดการใช้งาน เพราะเราเข้าใจดีว่า “เราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในคนที่คุณรัก”